หลายคนในตระกูลผมมองพ่อผมเป็นคนบ้า พ่อเองก็รับแรงกดดันมาหนักเหมือนกัน ดูเหมือนจะมีเพียงผมคนเดียวที่เข้าใจพ่อ เพราะผมเองถ้าพูดความคิดตัวเองออกไปก็คงจะถูกกล่าวหาว่า บ้า ไม่ต่างกันเท่าใดนัก ผมจึงเลือกที่จะปิดปากเงียบและมองดูพร้อมรับฟังคนอื่นๆ bully พ่อผมต่อไป

บางครั้งก็คิดว่าเราเองก็จะถูกมองว่าเป็นคนวิกลจริตหากสิ่งที่เราพูดมิได้มีหลักฐานใดๆมาเป็นตัวช่วยเสริมความแข็งแกร่งของคำพูดเรา ผมจึงคิดว่าผมจะไม่พูดอะไรหากสิ่งที่คิดไว้ยังไม่มีตัวตนในโลกวัตถุนิยม แต่การที่ผมมานั่งระบายความในใจอยู่ในบล็อกนี้ก็อาจจะเหมือนสิ่งที่ตัวเองกำลังประกาศว่าจะไม่ทำอยู่ก็ได้

เรื่องบางเรื่องนั้นไม่ควรพูดออกไป หากมันจะไม่นำพาประโยชน์ใดๆมาสู่เรา สิ่งนี้ผมได้เรียนมาจากพ่อครับ แม้ท่านจะไม่ได้เป็นคนที่สอนผม แต่ผมเรียนรู้ได้จากผลกระทบของสิ่งที่พ่อผมได้รับมา

เมื่อครั้งที่ผมยังเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษอยู่ที่มหาวิทยาลัย ผมมีความคิดที่จะเปลี่ยนระบบการศึกษาของประเทศไทย ให้นักเรียน นักศึกษา ได้รับหลักสูตรที่พวกเขาจะได้มีอิสระในการแสดงออกความคิดเห็นของตัวเอง โดยไม่ต้องกลัวว่ามันจะขัดต่อหลักคำสอนในวิชา ขอเพียงให้พวกเขาคิดได้ และเสนอความคิดของตัวเองในห้องเรียน แต่สุดท้ายความคิดนั้นก็ต้องเป็นอันล้มเลิกและพังพาบไม่เป็นท่า เพราะลำพังเพียงผมคนเดียวมิอาจสู้รบปรบมือกับระบบการศึกษาไทยได้

จนบางครั้งผมคิดว่า บางที กลอุบายของหลักสูตรการศึกษาไทย มิต้องการให้นักเรียน นักศึกษา มีความคิดเป็นของตัวเอง เพื่อที่จะได้ง่ายต่อการปกครอง เพื่อเอกภาพและความสามัคคีของคนในชาติ(คิดไปนั่นเลย) เพราะคุณครูที่แสนดีของเราทั้งหลายตั้งตนเป็นใหญ่ และฝังหัวนักเรียนว่าไม่มีใครรอบรู้เรื่องที่ตนสอนมากไปกว่าตนเอง ถ้าบังเอิญมีใครปิ๊งไอเดียดีๆออกมาที่ขัดต่อหลักสูตรก็จะต้องถูกทำโทษให้อับอายและเป็นเยี่ยงอย่างต่อเพื่อนๆที่ บังอาจมาลองดีให้เงียบไปเสีย

นี่คืออาชญากรรมครับ เป็นการปิดกั้นความคิดโดยสมบูรณ์แบบ พูดง่ายๆในภาษาปัจจุบัน นี่คือ totalitarian หรืออำนาจเบ็ดเสร็จ ทำให้นักเรียน นักศึกษา ไร้ซึ่งจินตนาการ จบออกไปทำงานก็ได้แต่ในตำรา ไม่รู้จักใช้ความคิดสร้างสรรค์แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เมื่อเจอปัญหาเมื่อใดต้องหาหนังสืออ้างอิงประกอบการตัดสินใจก่อนทุกครั้ง

ก่อนจากกันในเอ็นทรี่นี้ ผมอยากจะฝากข้อคิดให้ผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งหลายในการศึกษาไทยจงระลึกไว้ว่า นักศึกษา ผู้มีจินตนาการก็เหมือน ดอกไม้ป่าครับ(อยากจะเขียนว่าสัตว์ป่านะ แต่กลัวคนหาว่าไปด่าเขา) มีความสวยงามเมื่ออยู่ในป่า หากคุณคิดจะตัดตอน ดอกไม้ป่ามาไว้ในแจกันดูเล่นที่บ้าน ก็ระวังไว้แล้วกันครับว่าสังวันอาจจะแว้งกัดคุณได้(อะไรว้าาาา)

edit @ 14 Dec 2009 00:28:49 by FurSeal

Comment

Comment:

Tweet

ที่มหาวิทยาลัยนิคส์
มีอาจารย์ท่านหนึ่งค่ะ ที่ท่านใช้ระบบการสอนแบบเปิดให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นของตัวเองอย่างอิสระ
...
ช่วงแรกที่เรียนก็ไม่ค่อยกล้าตอบนะคะ เพราะว่าไม่เคยชินกับการคายข้อมูล ถนัดที่จะให้คนอื่นป้อนมากกว่า เพราะเหมือนจะเจอกับการสอนแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ!!!

แต่พอเริ่มชินไปก็รู้สึกสนุกมากๆ รู้สึกได้อะไรเยอะขึ้น เพราะแทนที่จะได้รับความรู้จากคนคนเดียว กลับได้รู้มุมมองของเพื่อนคนอื่นๆไปด้วย

ก่อนหน้านี้ เวลาที่เรียนหนังสือแล้วได้คะแนนไม่ดี นิคส์จะรู้สึกผิดหวังมาก โทษคนอื่นไปทั่ว แต่พอได้เรียนแบบนี้ความคุ้มค่าทำให้ไม่รู้สึกอย่างนั้น

รู้สึกแค่ว่าต่อให้คะแนน"เน่า" ก็เน่าแบบโยเกิร์ต หรือไม่ก็แบบไวน์...ยิ่งบูดยิ่งรสชาติดี

ปล. ที่สำคัญ ทำให้จินตนาการสูงส่งขึ้นค่ะ กล้าจินตนาการ เพราะไม่มีใครมาจำกัดกรอบความคิด ไม่มีใครมาคอยบอกว่าคิดแบบนี้ คิดแบบนั้นผิด...

ฮ่าๆๆ อาจฟังดูเว่อ แต่รู้สึกแบบนั้นจริงๆค่ะconfused smile

#3 By NICs Gallery on 2009-12-16 09:49

อ่าหรอคะเนี่ย แห่ะๆ ^ ^ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างแหละไว้ว่างๆจะตามมาอ่านนะคะ เราชอบบทความกับนิยายสั้นอ่านเพลินๆได้ใจความน่ะแห่ะๆ

#2 By c h r o s on 2009-12-14 22:06

แวะมาทักเด้อ

กำลังคิดว่าเรื่องน่าสนใจ

แต่ คิดว่าคอนเท้นท์ที่น่าสนใจ ต้องเอาใจใส่ด้านการนำเสนอด้วยมีภาพ คั่นหน่อยก็ดีเด้อ

#1 By คาโตเน่ on 2009-12-14 18:45